สำหรับช่างหรือผู้ที่กำลังหัดซ่อม ตู้เย็นระบบ Inverter การใช้ SP8030 มาประยุกต์ใช้นั้นละเอียดและลึกซึ้งกว่าเครื่องซักผ้า เพราะคอมเพรสเซอร์ตู้เย็นมีกลไกที่ซับซ้อนกว่า
นี่คือขั้นตอนการวิเคราะห์แบบเจาะลึก เมื่อคุณเจออาการ "ได้ยินเสียง ติ๊ก...แล้วเงียบ" (ซึ่งคือเสียง Relay หรือเสียงตัดการทำงานของบอร์ด Inverter)
🔍 ขั้นตอนการใช้ SP8030 เช็คคอมเพรสเซอร์ตู้เย็น (Inverter)
ตู้เย็น Inverter ส่วนใหญ่ คอมเพรสเซอร์จะเป็นแบบ 3 เฟส (BLDC) รับไฟจากบอร์ดส่งผ่านมาทางสายไฟ 3 เส้น (มักจะเป็นสี ขาว-แดง-ดำ หรือขั้ว U, V, W)
1. การเตรียมการ (Safety First)
ถอดปลั๊กตู้เย็น: ดึงขั้วต่อที่หัวคอมเพรสเซอร์ออก (จะมี 3 หลัก)
เชื่อมต่อ SP8030: นำปากคีบ 3 สีของเครื่องเช็คเฟส ไปคีบกับ "ขั้วสายไฟที่มาจากบอร์ด" (ไม่ใช่คีบที่ตัวคอมเพรสเซอร์)
ระยะเวลาการรอ: บอร์ดตู้เย็นมักมีระบบหน่วงเวลา 3-5 นาที หลังเสียบปลั๊กถึงจะเริ่มจ่ายไฟ
2. จังหวะการสังเกตไฟ LED (หัวใจสำคัญ)
เมื่อบอร์ดเริ่มทำงาน ให้คุณจ้องที่ไฟ L1, L2, L3 บน SP8030:
กรณีที่ 1: ไฟสว่างวาบขึ้นมาครบ 3 ดวง (แล้วตัดดับไปพร้อมเสียง "ติ๊ก")
ความหมาย: บอร์ด Inverter "ปกติ" มันพยายามจ่ายไฟครบทั้ง 3 เฟสเพื่อสตาร์ทคอมเพรสเซอร์แล้ว
สาเหตุเสีย: คอมเพรสเซอร์พัง (กลไกภายในติดตาย/Stuck หรือ ขดลวดชอร์ต) บอร์ดตรวจเจอว่าคอมฯ ไม่หมุนจึงตัดไฟเพื่อป้องกันวงจรระเบิด
วิธีแก้: เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ลูกใหม่
กรณีที่ 2: ไฟสว่างไม่ครบ (ติด 1-2 ดวง หรือหรี่มากบางดวง)
ความหมาย: บอร์ด Inverter เสีย จ่ายไฟออกมาไม่สมดุล (Phase Missing)
สาเหตุเสีย: ตัวขับกำลัง (IPM Module) บนบอร์ดเสียไปบางส่วน ทำให้ไม่มีแรงบิดพอจะหมุนคอมเพรสเซอร์
วิธีแก้: ซ่อมบอร์ด Inverter หรือเปลี่ยนบอร์ดใหม่
กรณีที่ 3: ไฟไม่ติดเลยแม้แต่ดวงเดียว (และไม่มีเสียง "ติ๊ก")
ความหมาย: บอร์ดคอนโทรลหลัก (Main Board) ไม่ส่งสัญญาณมาสั่งงาน หรือภาคจ่ายไฟบนบอร์ด Inverter ตายสนิท
วิธีแก้: เช็คสายไฟขาดใน หรือเช็คแรงดันไฟเลี้ยงบอร์ด
⚠️ ข้อควรระวังพิเศษสำหรับตู้เย็น
แรงดันไฟต่ำ (Low Voltage Start): ตู้เย็น Inverter บางรุ่นจะค่อยๆ เร่งความถี่และแรงดัน (Soft Start) ไฟ LED ของ SP8030 อาจจะสว่าง "ริบหรี่มาก" ในช่วงแรก ไม่สว่างจ้าเหมือนไฟบ้าน 220V ให้สังเกตในที่มืดสลัวจะชัดเจนกว่าครับ
ความต้านทานขดลวด: หากไฟจากบอร์ดมาปกติ (ไฟติดครบ) ให้ใช้มัลติมิเตอร์วัดที่ "หลักคอมเพรสเซอร์" (3 หลักที่ตัวคอมฯ) คู่ขนานไปด้วย:
วัดขั้ว 1-2, 2-3, 3-1 ค่าความต้านทาน ($\Omega$) ต้อง "เท่ากัน" ทุกคู่ (ประมาณ 6-15 โอห์ม แล้วแต่ขนาด)
ถ้าคู่ไหนต่างกันมาก หรือวัดแล้วเข็มไม่ขึ้น แสดงว่าขดลวดคอมเพรสเซอร์ขาด/ชอร์ตแน่นอน
📊 สรุปตารางวิเคราะห์อาการ "เสียงติ๊ก...แล้วเงียบ"
| สิ่งที่เห็นบน SP8030 | การวิเคราะห์ | สิ่งที่ต้องทำต่อไป |
| ไฟติดครบ 3 ดวง (กระพริบตามลำดับ) | บอร์ดดี 100% | เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ |
| ไฟติดแค่ 1 หรือ 2 ดวง | บอร์ดจ่ายไฟไม่ครบเฟส | ซ่อม/เปลี่ยนบอร์ด Inverter |
| ไฟไม่ติดเลย | บอร์ดไม่สั่งงาน / สายขาด | เช็คสายไฟ และแรงดันไฟจากบอร์ดหลัก |
| ไฟติดครบแต่ไม่วิ่ง (สว่างค้าง) | บอร์ดปล่อยไฟ DC ค้าง | เปลี่ยนบอร์ดทันที (อย่าเสียบค้างไว้คอมฯ จะไหม้) |
สำหรับช่างมืออาชีพที่ต้องการความชัวร์ 100% ก่อนปิดงาน เพราะตู้เย็น Inverter ถ้าวินิจฉัยพลาดแล้วสั่งอะไหล่ผิด (เช่น คอมเพรสเซอร์) งบประมาณจะบานปลายมาก
นี่คือ 2 วิธีที่ต้องทำควบคู่ไปกับการใช้เครื่อง SP8030 ครับ
1. วิธีวัดค่าโอห์มที่หัวคอมเพรสเซอร์ (Compressor Winding Check)
เมื่อคุณใช้ SP8030 เช็คแล้วพบว่าไฟจากบอร์ด "มาครบ 3 ดวง" ขั้นตอนต่อไปคือเช็คตัวคอมฯ ว่าขดลวดข้างในยังดีอยู่ไหม
อุปกรณ์: มัลติมิเตอร์ (ปรับไปที่ย่านวัด $\Omega$ ต่ำๆ เช่น $200\Omega$)
วิธีการ: วัดที่ขั้วหลัก 3 หลัก (U, V, W) สลับคู่กันให้ครบ 3 คู่
วัดคู่ U - V
วัดคู่ V - W
วัดคู่ W - U
การวิเคราะห์ผล:
ต้องเท่ากัน: ทั้ง 3 คู่ต้องมีค่าโอห์ม "เท่ากันเป๊ะ" หรือต่างกันไม่เกิน $0.5\Omega$ (ปกติจะอยู่ช่วง $6\Omega$ - $15\Omega$ ขึ้นอยู่กับขนาด BTU)
ถ้าไม่เท่ากัน: ขดลวดเริ่มชอร์ตบางส่วน (Short Turn) คอมฯ จะไม่มีแรงสตาร์ท
ถ้าเข็มไม่ขึ้น (OL): ขดลวดขาดข้างใน
เช็คลงกราวด์: วัดจากขั้วใดขั้วหนึ่ง ไปที่ตัวถังโลหะของคอมฯ (ขูดสีออกก่อน) ต้องไม่ขึ้น (OL) ถ้าขึ้นแสดงว่าคอมฯ รั่วลงกราวด์ อันตรายมาก!
2. วิธีเช็คสัญญาณ PWM (Pulse Width Modulation) จากบอร์ด
บอร์ด Inverter ไม่ได้จ่ายไฟ AC 220V ตรงๆ แต่ใช้การ "สับสวิตช์" (Switching) ไฟ DC แรงดันสูงให้กลายเป็นคลื่นจำลองเพื่อขับมอเตอร์ ถ้าเราอยากรู้ว่า "สมองกล" ของบอร์ดส่งคำสั่งมาไหม ให้เช็คดังนี้ครับ:
ก. การเช็คด้วยมัลติมิเตอร์ (ย่าน DC)
ปรับมิเตอร์ไปที่ย่าน DC Volts (600V+)
วัดที่สายไฟ 3 เส้นที่ออกมาจากบอร์ด (วัดคู่ใดคู่หนึ่ง)
จังหวะที่บอร์ดเริ่มทำงาน: คุณควรเห็นแรงดันไฟ DC กระโดดขึ้นมา (เช่น $280V$ - $320V$ DC) เพียงเสี้ยววินาทีแล้วตัด
ถ้าแรงดันมานิ่งๆ แล้วตัด: บอร์ดพยายามสั่งแล้ว
ถ้าแรงดันไม่มีเลย: ภาค Driver หรือ IPM บนบอร์ดพัง
ข. การเช็คสัญญาณสื่อสาร (Communication Signal)
ตู้เย็น Inverter ส่วนใหญ่จะมีบอร์ด 2 ใบ (Main Board กับ Inverter Board) มันคุยกันผ่านสายสัญญาณ (มักจะเขียนว่า Sig หรือ Data)
วัดไฟ DC ระหว่างสาย Signal กับ Neutral (หรือ GND)
ผลที่ควรได้: เข็มมิเตอร์หรือตัวเลขต้อง "สวิง" ไปมา (เช่น $3V$ - $15V$ DC สลับไปมา)
ถ้าเข็มสวิง: บอร์ดหลักสั่งงานมาแล้ว แต่บอร์ด Inverter ไม่ตอบสนอง
ไฟค้างนิ่ง (เช่น $5V$ หรือ $0V$ ตลอด): บอร์ดหลักเสีย หรือสายไฟสื่อสารขาด
🛠 สรุปแผนผังการซ่อม (Decision Tree)
ใช้ SP8030 คีบสาย:
ไฟไม่ติดเลย -> เช็คบอร์ดหลัก และสายสัญญาณ (Signal)
ไฟติดไม่ครบ -> เปลี่ยน/ซ่อมบอร์ด Inverter (IPM เสีย)
ไฟติดครบแต่ตัด -> ไปข้อ 2
วัดโอห์มคอมเพรสเซอร์:
โอห์มเท่ากันทุกคู่ -> คอมฯ ติดขัดเชิงกล (Mechanical Stuck) หรือน้ำยาตันระบบ
โอห์มไม่เท่ากัน / ขาด / ลงกราวด์ -> เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์
เทคนิคสุดท้าย: ช่างบางคนจะใช้ "หลอดไฟใส้ 3 หลอด" มาต่อเป็นรูปดาว (Star) แทนเครื่อง SP8030 เพื่อดูความสว่างของเฟสให้ชัดขึ้น แต่เครื่อง SP8030 ที่คุณมีนั้น แม่นยำและปลอดภัยกว่า มากครับ
เครื่อง SP8030 หรือ Phase Rotation Meter จริงๆ แล้วเป้าหมายหลักของมันคือ "การเช็คความสมบูรณ์ของไฟ 3 เฟส" ดังนั้นเครื่องใช้ไฟฟ้าอะไรก็ตามที่ทำงานด้วยระบบ 3-Phase Inverter หรือต่อไฟ 3 เฟสโดยตรง คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หมดครับ
นอกจากเครื่องซักผ้าและตู้เย็นแล้ว นี่คือรายการเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่างมือโปรนิยมนำเครื่องนี้ไปใช้ตรวจซ่อมครับ:
1. เครื่องปรับอากาศระบบ Inverter (Air Conditioner)
ถือเป็นงานหลักที่ใช้ SP8030 ได้คุ้มที่สุด รองจากเครื่องซักผ้าเลยครับ
วิธีใช้: คีบสาย 3 เส้น (U, V, W) ที่จ่ายจากบอร์ดคอยล์ร้อน (Outdoor Unit) ไปยังตัวคอมเพรสเซอร์แอร์
อาการที่ตรวจ: แอร์เปิดแล้วพัดลมหมุน แต่คอมเพรสเซอร์สั่นแป๊บเดียวแล้วตัด (ขึ้น Error Code เช่น P0, H6, หรือไฟกระพริบ)
การวิเคราะห์: ถ้าไฟที่ SP8030 ติดครบ 3 ดวงขณะคอมฯ พยายามสตาร์ท แปลว่าบอร์ดปกติ แต่คอมเพรสเซอร์แอร์ "น็อค" หรือ "น้ำมันคอมฯ แห้ง" จนสตาร์ทไม่ไหวครับ
2. ปั๊มน้ำอินเวอร์เตอร์ (Inverter Water Pump)
ปั๊มน้ำบ้านรุ่นแรงดันคงที่ตัวท็อปๆ (เช่น Mitsubishi หรือ Hitachi รุ่น Inverter)
วิธีใช้: เช็คไฟที่ออกจากบอร์ดขับมอเตอร์ปั๊ม
ประโยชน์: ปั๊มพวกนี้มักมีปัญหา "บอร์ดพัง" บ่อยจากไฟกระชาก การใช้ SP8030 จะช่วยยืนยันได้ทันทีว่าบอร์ดจ่ายไฟครบเฟสไหม ก่อนจะรื้อตัวปั๊มออกมาดูครับ
3. มอเตอร์ประตูม้วน หรือ ประตูรั้วรีโมท (3-Phase Gate Opener)
ประตูรั้วโรงงานหรือบ้านหลังใหญ่ๆ บางรุ่นใช้มอเตอร์ 3 เฟสเพื่อให้แรงบิดสูง
วิธีใช้: เช็คว่าลำดับเฟส (Phase Sequence) ถูกต้องไหม
ประโยชน์: ถ้าลำดับเฟสสลับ (ไฟวิ่ง CCW) เวลาเรากด "เปิด" ประตูจะ "ปิด" หรือถ้าไม่มีระบบ Safety ประตูอาจจะกระแทกจนพังได้ เครื่องนี้จะช่วยให้คุณเรียงสายไฟ R-S-T ได้ถูกต้องก่อนจ่ายไฟจริงครับ
4. ลิฟต์บ้าน หรือ เครนยกของเล็กๆ (Mini Hoist/Home Lift)
อุปกรณ์ยกตัวเหล่านี้ใช้มอเตอร์ 3 เฟสเป็นมาตรฐานเพื่อความปลอดภัย
วิธีใช้: เช็คความต่อเนื่องของเฟส (Phase Loss)
ความสำคัญ: ถ้าไฟขาดไปเพียง 1 เฟส (L1, L2, L3 ดวงใดดวงหนึ่งดับ) มอเตอร์จะไม่มีแรงและไหม้อย่างรวดเร็ว เครื่อง SP8030 จะทำหน้าที่เป็นตัวคอนเฟิร์มความปลอดภัยก่อนเดินเครื่องครับ
⚠️ สิ่งที่ "ห้าม" หรือ "ไม่ควร" นำไปใช้ตรวจ
เพื่อให้คุณไม่หลงทางในการซ่อม เครื่องนี้ ไม่สามารถ ใช้กับอุปกรณ์เหล่านี้ได้ครับ:
พัดลมทั่วไป/ไมโครเวฟ/เตารีด: เพราะเป็นระบบ 1 เฟส (Single Phase) เครื่องจะวัดอะไรไม่ได้เลย
โซลาร์เซลล์ (ฝั่งแผง): เพราะเป็นไฟ DC (กระแสตรง) เครื่องนี้ใช้กับไฟ AC (กระแสสลับ) เท่านั้น
แบตเตอรี่รถไฟฟ้า (EV): อย่าเอาไปจิ้มขั้วแบตเตอรี่เด็ดขาดครับ เครื่องจะพังทันที

















